หลายคนที่มีอาการปัสสาวะแสบขัดหรือมีหนองไหลผิดปกติ มักกังวลว่าตัวเองเป็นโรคหนองในหรือเปล่า และลังเลว่าจะไปตรวจดีไหม สิ่งสำคัญที่ควรรู้คือโรคหนองในเป็นโรคที่พบบ่อยและรักษาให้หายขาดได้ ยิ่งมาตรวจเร็ว ยิ่งรักษาง่ายและลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน บทความนี้แพทย์จาก PSK Clinic คลินิกสุขภาพทางเพศย่านลาดพร้าว ชวนทำความเข้าใจตั้งแต่ความแตกต่างของหนองในแท้และหนองในเทียม อาการ วิธีตรวจ ไปจนถึงการรักษา แบบเข้าใจง่าย

โรคหนองในคืออะไร หนองในแท้กับหนองในเทียมต่างกันอย่างไร
โรคหนองในคือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์จากการติดเชื้อแบคทีเรีย แบ่งเป็น 2 ชนิดคือหนองในแท้และหนองในเทียม ต่างกันที่ชนิดเชื้อ (Neisseria gonorrhoeae กับ Chlamydia trachomatis) ระยะฟักตัว ลักษณะหนอง และยาที่ใช้รักษา แต่ทั้งสองอาการคล้ายกันและติดต่อทางเพศสัมพันธ์เหมือนกัน
หนองในแท้ (Gonorrhea) เกิดจากเชื้อ Neisseria gonorrhoeae ส่วน หนองในเทียม (Non-specific urethritis) ส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อ Chlamydia trachomatis รายละเอียดความต่างของทั้งสองดูได้ในตารางด้านล่างและหัวข้อถัดไป
โรคหนองในพบได้บ่อยทั่วโลก องค์การอนามัยโลก (WHO) ประเมินว่าในปี 2020 มีผู้ติดเชื้อคลามัยเดีย (หนองในเทียม) รายใหม่ราว 129 ล้านราย และหนองในแท้ราว 82 ล้านราย ในกลุ่มผู้ใหญ่อายุ 15-49 ปี ทำให้ทั้งคู่เป็นหนึ่งในโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบมากที่สุด โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงาน
ข้อมูลจากกรมควบคุมโรคระบุว่า ในปี 2568 ประเทศไทยมีอัตราป่วยโรคหนองใน 26.9 รายต่อประชากร 100,000 คน ขณะที่ข้อมูลในช่วงหลายปีที่ผ่านมายังสะท้อนว่าโรคหนองในมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นและวัยหนุ่มสาว
| โรคหนองในแท้ | โรคหนองในเทียม | |
|---|---|---|
| เชื้อก่อโรค | Neisseria gonorrhoeae | Chlamydia trachomatis (เป็นหลัก) |
| ระยะฟักตัว | 2-14 วัน | 2-14 วัน |
| ลักษณะหนอง | หนองสีเหลืองเขียว | หนองสีเหลืองเขียว |
| ยาหลักที่ใช้ | Ceftriaxone (ฉีด) | Doxycycline |
| ภาวะแทรกซ้อน | เป็นหมัน, ท้องนอกมดลูก, อุ้งเชิงกรานอักเสบ | เป็นหมัน, ท้องนอกมดลูก, อุ้งเชิงกรานอักเสบ |

โรคหนองในแท้ (Gonorrhea) คืออะไร ติดต่อทางไหน
หนองในแท้คือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์จากเชื้อ Neisseria gonorrhoeae เชื้ออาศัยอยู่ในน้ำอสุจิและสารคัดหลั่งในช่องคลอด จึงติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์ทั้งทางช่องคลอด ทวารหนัก และการทำออรัลเซกส์ (Oral sex) พบได้ทั้งชายและหญิง บริเวณที่ติดเชื้อได้แก่ อวัยวะเพศชาย อวัยวะเพศหญิง ช่องคลอด ทวารหนัก และลำคอ
นอกจากการมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ป้องกันแล้ว มารดาที่ติดเชื้อระหว่างตั้งครรภ์ยังแพร่เชื้อสู่ทารกขณะคลอดได้ด้วย แต่ที่หลายคนยังมีความเข้าใจผิด คือหนองใน ไม่สามารถติดต่อ จากการใช้ห้องน้ำร่วมกัน ใช้ของร่วมกัน หรือว่ายน้ำในสระเดียวกัน เพราะเชื้อไม่สามารถอยู่รอดนอกร่างกายได้นาน
อาการหนองในแท้เป็นอย่างไร
หนองในแท้มีระยะฟักตัวประมาณ 2-14 วันหลังรับเชื้อ ผู้ชายมักแสดงอาการชัดกว่าผู้หญิง โดยข้อมูลจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ (CDC) ระบุว่าผู้หญิงที่ติดเชื้อจำนวนมากไม่มีอาการ และงานทบทวนวรรณกรรมเชิงระบบพบว่าราว 53% ของผู้ติดเชื้อหนองในแท้ไม่แสดงอาการ ทำให้เสี่ยงปล่อยไว้จนเกิดภาวะแทรกซ้อนโดยไม่รู้ตัว
อาการในผู้หญิง
- ปัสสาวะแสบขัด
- ตกขาวเป็นสีเหลืองเขียว มีกลิ่นเหม็น
- คันในช่องคลอด
- ปวดหน่วงท้องน้อย
อาการในผู้ชาย
- ปัสสาวะแสบขัด
- มีหนองสีเหลืองเขียวไหลจากท่อปัสสาวะ
- อาจปวดบวมบริเวณท่อสร้างอสุจิ
ในผู้ที่มีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก อาจมีอาการบริเวณทวารหนัก เช่น มีหนองปนอุจจาระ คันรูทวาร ปวดเวลาถ่าย หรือมีเลือดออก หากมีอาการเหล่านี้ควรรีบปรึกษาแพทย์
ภาวะแทรกซ้อนหากไม่รักษา: ในผู้ชายเชื้ออาจลุกลามสู่อัณฑะจนเสี่ยงเป็นหมัน ส่วนในผู้หญิงอาจลุกลามสู่มดลูกและปีกมดลูก เกิดภาวะอุ้งเชิงกรานอักเสบ (Pelvic Inflammatory Disease, PID) และตั้งครรภ์นอกมดลูกได้

โรคหนองในเทียม (Chlamydia) คืออะไร
หนองในเทียมคือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่ส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อ Chlamydia trachomatis และยังพบเชื้ออื่นได้ เช่น มัยโคพลาสมา (Mycoplasma genitalium, M. hominis), ยูเรียพลาสมา (Ureaplasma urealyticum, U. parvum) และพยาธิในช่องคลอด (Trichomonas vaginalis) เชื้ออยู่ในน้ำอสุจิและสารคัดหลั่งในช่องคลอด ติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ป้องกัน แม้ไม่มีการหลั่งก็ตาม รวมถึงการทำออรัลเซกส์
อาการหนองในเทียมเป็นอย่างไร
หนองในเทียมมีระยะฟักตัว 2-14 วัน และผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ไม่แสดงอาการ โดย CDC ระบุว่าผู้หญิงที่ติดเชื้อคลามัยเดียมากถึง 80% ไม่มีอาการ ทำให้แพร่เชื้อโดยไม่รู้ตัว จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ควรตรวจคัดกรองแม้ไม่มีอาการ
อาการในผู้หญิง
- ปัสสาวะแสบขัด
- ตกขาวเป็นสีเหลืองเขียว มีกลิ่นเหม็น
- คันในช่องคลอด
- ปวดหน่วงท้องน้อย
อาการในผู้ชาย
- ปัสสาวะแสบขัด
- มีหนองสีเหลืองเขียวไหลจากท่อปัสสาวะ
- อาจปวดบวมบริเวณท่อสร้างอสุจิ
ลักษณะที่สังเกตได้คืออาการของหนองในเทียมมักเบากว่าหนองในแท้ หนองใสกว่า และค่อยเป็นค่อยไป ทำให้หลายคนละเลยจนเกิดภาวะแทรกซ้อนคล้ายหนองในแท้ ทั้งเป็นหมัน ตั้งครรภ์นอกมดลูก และอุ้งเชิงกรานอักเสบ
หนองในที่คอและหนองในที่ตา ติดต่อได้อย่างไร
หนองในไม่ได้เกิดแค่ที่อวัยวะเพศ แต่สามารถติดที่คอและที่ตาได้ หนองในที่คอติดจากการทำออรัลเซกส์กับผู้ติดเชื้อ ส่วนหนองในที่ตามักติดจากการเอามือที่สัมผัสสารคัดหลั่งติดเชื้อไปขยี้ตา ทั้งสองตำแหน่งพบได้จริงและควรตรวจให้ครบตามช่องทางที่เสี่ยง
หนองในที่คอ (Pharyngeal gonorrhea) เกิดจากการทำออรัลเซกส์กับผู้ติดเชื้อ จุดที่ต้องระวังคือหนองในที่คอ ราว 90% ไม่แสดงอาการ ทำให้เป็นแหล่งแพร่เชื้อเงียบ ๆ เมื่อมีอาการมักคล้ายคออักเสบหรือต่อมทอนซิลอักเสบ เช่น เจ็บคอ กลืนเจ็บ คอแดง มีจุดขาวที่ทอนซิล หรือต่อมน้ำเหลืองที่คอบวม หนองในที่คอยังรักษายากกว่าตำแหน่งอื่น จึงต้องใช้ยาฉีด Ceftriaxone ส่วนยากิน Cefixime ได้ผลกับหนองในที่คอไม่ดีพอ
หนองในที่ตา (Gonococcal conjunctivitis) มักเกิดจากการเอามือที่สัมผัสสารคัดหลั่งติดเชื้อไปขยี้ตา อาการเด่นคือตาแดงจัดแบบเฉียบพลัน มีขี้ตาเป็นหนองปริมาณมาก และเปลือกตาบวม หากปล่อยไว้อาจลุกลามถึงกระจกตาและเสี่ยงต่อการมองเห็น เชื้อคลามัยเดีย (หนองในเทียม) ก็ทำให้เยื่อบุตาอักเสบเรื้อรังได้เช่นกัน นอกจากนี้ทารกที่คลอดผ่านช่องคลอดของมารดาที่ติดเชื้ออาจเกิดภาวะตาอักเสบในทารกแรกเกิด (Ophthalmia neonatorum) ได้ หากมีอาการตาแดงมีหนองร่วมกับประวัติเสี่ยง ควรรีบพบแพทย์
เพราะเชื้อติดได้หลายตำแหน่ง การตรวจจึงควรเก็บตัวอย่างจากทุกจุดที่มีการสัมผัสทางเพศ ทั้งอวัยวะเพศ ทวารหนัก และลำคอ เพื่อไม่ให้พลาดการติดเชื้อที่ซ่อนอยู่

เสี่ยงมาแล้วกี่วันถึงตรวจเจอเชื้อหนองใน และวิธีตรวจมีอะไรบ้าง
กรณีที่มีความเสี่ยงและมีอาการสามารถตรวจได้เลย กรณีที่มีความเสี่ยงแต่ไม่มีอาการสามารถตรวจได้หลังจากที่มีความเสี่ยงมาแล้ว 10 วัน โดยสามารถตรวจได้ทั้งหนองในแท้และหนองในเทียม วิธีที่แม่นยำที่สุดคือ PCR test ที่ตรวจพบเชื้อได้แม้ยังไม่มีอาการ
การตรวจหนองในทำได้หลายวิธี ขึ้นกับว่ามีอาการหรือไม่ วิธีที่แม่นยำที่สุดในปัจจุบันคือ PCR test (Nucleic Acid Amplification Test, NAAT) ที่ตรวจพบเชื้อได้แม้ไม่มีอาการ ด้วยความแม่นยำสูงมากกว่า 99%
- การย้อมเชื้อจากหนอง (Gram stain): ใช้ในกรณีที่มีอาการและมีหนอง เห็นผลเร็วแต่แม่นยำน้อยกว่าเมื่อไม่มีหนอง
- Rapid test: สะดวก รู้ผลไว เหมาะกับผู้ที่มีอาการ
- PCR test (NAAT): มาตรฐานที่แม่นยำที่สุด ตรวจได้ทั้งกรณีมีและไม่มีอาการ เหมาะกับการตรวจคัดกรอง
หากตรวจเร็วเกินไปในช่วงที่เชื้อยังไม่ถึงระดับที่ตรวจพบ อาจได้ผลลบทั้งที่ติดเชื้อ (false negative) หากไม่แน่ใจช่วงเวลาที่เหมาะสม แนะนำปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกจังหวะตรวจ หรือเลือกตรวจ PCR ที่ไวต่อเชื้อปริมาณน้อยกว่า
หนองในรักษาอย่างไร กินยาอะไร กี่วันหาย
หนองในรักษาหายขาดได้ด้วยยาปฏิชีวนะ (Antibiotics) โดยเลือกยาตามชนิดเชื้อที่ตรวจพบ อาการมักดีขึ้นภายใน 2-3 วันหลังได้รับยา แต่ต้องรักษาให้ครบและกลับมาตรวจซ้ำเพื่อยืนยันว่าหายจริง
การรักษาหนองในแท้
ตามแนวทางการดูแลรักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ พ.ศ. 2567 โดย กองเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แนะนำให้ใช้ยาฉีด Ceftriaxone ขนาด 1 กรัม ฉีดเข้ากล้ามเนื้อที่สะโพกครั้งเดียว หากไม่สามารถใช้ยาฉีด Ceftriaxone ได้ แนะนำให้ใช้ยากิน Cefixime 800 มิลลิกรัมคู่กับยา Azithromycin 2 กรัม เป็นยาทางเลือก แต่ยาชนิดกินให้ระดับยาในเลือดต่ำกว่าและได้ผลกับหนองในที่ลำคอไม่ดีเท่ายาฉีด จึงถือเป็นทางเลือกรอง
ยากลุ่ม Quinolone (เช่น Norfloxacin, Ciprofloxacin) ไม่แนะนำให้ใช้แล้ว เพราะพบเชื้อดื้อยากลุ่มนี้สูง นอกจากนี้หากตรวจพบหนองในแท้แต่ยังแยกไม่ได้ว่ามีหนองในเทียมร่วมด้วยหรือไม่ แพทย์มักให้ Doxycycline รักษาหนองในเทียมควบคู่ไปด้วย
การรักษาหนองในเทียม
ยาหลักที่ CDC แนะนำคือ Doxycycline 100 มิลลิกรัม กินวันละ 2 ครั้ง นาน 7 วัน ซึ่งข้อมูลปี 2021 พบว่าได้ผลดีกว่ายา Azithromycin ชนิดกินครั้งเดียว โดยเฉพาะการติดเชื้อที่ทวารหนัก จึงกลายเป็นยาหลักที่แนะนำ
ข้อควรระวังสำหรับหญิงตั้งครรภ์: Doxycycline ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์ เพราะเป็นยากลุ่ม Tetracycline ที่ผ่านรกและสะสมในกระดูกและฟันของทารกได้ หญิงตั้งครรภ์ที่ติดหนองในเทียมจึงใช้ Azithromycin 1 กรัม กินครั้งเดียว แทน การใช้ยาทุกกรณีต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์
สำหรับหนองในเทียมจากเชื้ออื่น เช่น มัยโคพลาสมา หรือ ยูเรียพลาสมา แพทย์จะเลือกยาให้เหมาะกับเชื้อ เช่น ต่อด้วย Moxifloxacin หรือใช้ Metronidazole ในกรณีเชื้อพยาธิในช่องคลอด
หนองในกลับมาเป็นซ้ำได้ไหม ทำไมต้องรักษาคู่พร้อมกัน
หนองในกลับมาเป็นซ้ำได้ถ้าได้รับเชื้ออีก แพทย์จึงแนะนำให้ รักษาคู่นอนไปพร้อมกัน เพราะหากรักษาเพียงฝ่ายเดียว อีกฝ่ายที่อาจติดเชื้อแบบไม่มีอาการจะแพร่เชื้อกลับมาได้ ระหว่างรักษาควรงดมีเพศสัมพันธ์อย่างน้อย 7 วัน ทานยาให้ครบและตรงเวลา และกลับมาตรวจซ้ำหลังรักษาครบประมาณ 3 เดือน
การดื้อยาของเชื้อหนองใน เรื่องใหม่ที่ต้องรู้
เชื้อหนองในแท้กำลังดื้อยามากขึ้นทั่วโลก ระหว่างปี 2022-2024 องค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานว่าการดื้อยา Ceftriaxone ซึ่งเป็นยาหลักตัวสุดท้าย เพิ่มจาก 0.8% เป็น 5% และการดื้อยา Cefixime เพิ่มจาก 1.7% เป็น 11% ในเดือนพฤศจิกายน 2025 WHO ออกคำเตือนว่าหลายประเทศพบเชื้อหนองในดื้อยาเพิ่มขึ้นอย่างน่ากังวล
สำหรับประเทศไทย โครงการเฝ้าระวังการดื้อยาของเชื้อหนองในที่ดำเนินมาตั้งแต่ปี 2003 ตรวจไม่พบเชื้อดื้อ Ceftriaxone เลยจนกระทั่งปี 2023 ที่เริ่มพบสายพันธุ์ดื้อยาชนิด penA-60 เป็นครั้งแรก ข้อมูลนี้ตอกย้ำว่าการซื้อกินยาเองหรือใช้ยารักษาที่ขนาดของยาไม่ถูกต้องเป็นความเสี่ยงที่ทำให้เชื้อดื้อยา การตรวจยืนยันเชื้อและรักษาตามผลตรวจกับแพทย์จึงสำคัญกว่าที่เคย ยากลุ่ม Quinolone เช่น Norfloxacin และ Ciprofloxacin ไม่แนะนำให้ใช้รักษาหนองในแท้แล้ว เนื่องจากเชื้อดื้อยากลุ่มนี้สูง
หนองในเพิ่มความเสี่ยงติด HIV จริงไหม
จริง การติดเชื้อหนองในแท้หรือหนองในเทียมทำให้เยื่อบุอวัยวะเพศอักเสบและมีแผลเล็ก ๆ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงรับและแพร่เชื้อเอชไอวี (HIV) จากการมีเพศสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญ ผู้ที่ตรวจพบหนองในจึงควรตรวจ HIV และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น เช่น ซิฟิลิส (Syphilis) และไวรัสตับอักเสบบี ร่วมด้วย และผู้ที่มีความเสี่ยงต่อเนื่องอาจพิจารณายา PrEP (Pre-Exposure Prophylaxis) เพื่อป้องกัน HIV

วิธีป้องกันโรคหนองใน
ป้องกันโรคหนองในได้โดยสวมถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ ลดการเปลี่ยนคู่นอน และตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เป็นประจำ
- สวมถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ รวมถึงออรัลเซกส์
- ไม่ใช้อุปกรณ์เสริมทางเพศ (sex toy) ร่วมกับผู้อื่น
- ตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ทุก 3-6 เดือน หรืออย่างน้อยปีละครั้ง
- หากมีอาการคล้ายหนองใน ให้งดมีเพศสัมพันธ์และรีบพบแพทย์
- ดูแลความสะอาดจุดซ่อนเร้น เช็ดจากด้านหน้าไปด้านหลังหลังขับถ่าย
ปัญหาที่ WHO เฝ้าจับตาคือ “หนองในดื้อยา” (drug-resistant gonorrhea) หรือที่สื่อเรียกว่า “ซูเปอร์หนองใน” (Super gonorrhea) ซึ่งหมายถึงเชื้อหนองในแท้ที่ดื้อต่อยาปฏิชีวนะหลายชนิด โดยข้อมูลปี 2023 พบว่า 9 จาก 87 ประเทศที่เฝ้าระวังเข้ม รายงานเชื้อดื้อต่อ Ceftriaxone ซึ่งเป็นยาตัวสุดท้ายที่ใช้รักษา ในระดับ 5-40% หากเชื้อดื้อยาตัวนี้จะทำให้รักษายากขึ้นมาก การไม่ซื้อยากินเอง ใช้ยาให้ครบตามแพทย์สั่ง และไม่หยุดยาเองกลางคัน จึงเป็นวิธีสำคัญที่ช่วยชะลอปัญหานี้
ตรวจและรักษาโรคหนองในที่ไหนดี
หากสงสัยว่าติดหนองในหรือมีประวัติเสี่ยง ควรตรวจกับคลินิกเฉพาะทางที่ให้ความเป็นส่วนตัว PSK Clinic คลินิกสุขภาพทางเพศย่านลาดพร้าว กรุงเทพฯ ให้บริการตรวจหนองในด้วย PCR test แม่นยำสูง พร้อมแพทย์ดูแลตั้งแต่ตรวจ วินิจฉัย ไปจนถึงรักษา ในบรรยากาศที่เป็นส่วนตัว ไม่ตัดสิน

ตรวจ POCT 6 เชื้อ รู้ผลภายใน 1 ชั่วโมง
PSK Clinic ให้บริการตรวจแบบ POCT (Point-of-Care Testing) ระดับโมเลกุล ซึ่งเป็นการตรวจ ณ จุดบริการที่ทราบผล ภายใน 1 ชั่วโมง
การตรวจใช้สิ่งส่งตรวจเพียง 1 ตำแหน่ง โดยเลือกการป้ายหนอง (Swab) จากท่อปัสสาวะหรือช่องคลอด หรือการตรวจหาเชื้อจากปัสสาวะ เก็บตัวอย่างเพียงครั้งเดียวก็ตรวจครอบคลุมเชื้อก่อโรคหนองในและกลุ่มอาการท่อปัสสาวะอักเสบได้ถึง 6 ชนิด
จุดเด่นของ POCT คือการระดับโมเลกุลต่างจากชุดตรวจแบบเร็วทั่วไป วิธีนี้ตรวจหา สารพันธุกรรมของเชื้อ (DNA) โดยตรง ซึ่งเป็นหลักการเดียวกับการตรวจ PCR ในห้องปฏิบัติการ ไม่ใช่การตรวจหาแอนติเจนหรือแอนติบอดีที่ความไวต่ำกว่า จึงตรวจพบเชื้อได้แม้ปริมาณน้อยและแม้ผู้ติดเชื้อยังไม่มีอาการ
งานศึกษาชุดตรวจโมเลกุลแบบ POCT สำหรับเชื้อหนองในแท้และหนองในเทียม รายงานความจำเพาะ (specificity) สูงกว่า 99% และความไว (sensitivity) อยู่ในช่วงราว 92-98% ขึ้นกับชนิดเชื้อและชนิดสิ่งส่งตรวจ ซึ่งใกล้เคียงกับการตรวจ NAAT ในห้องปฏิบัติการที่ใช้เวลารอผล 1-3 วัน กรณีที่ผลไม่สอดคล้องกับอาการหรืออยู่ในภาวะที่ต้องยืนยัน แพทย์อาจพิจารณาส่งตรวจซ้ำเพิ่มเติม
ข้อดีของการรู้ผลภายใน 1 ชั่วโมง คือคุณ ตรวจและเริ่มรักษาได้จบในวันเดียว ไม่ต้องกลับบ้านไปรอผลหลายวันด้วยความกังวล ไม่ต้องเดินทางมาอีกรอบ และแพทย์เลือกยาได้ตรงกับเชื้อที่ตรวจพบตั้งแต่ครั้งแรก ซึ่งช่วยลดการใช้ยาปฏิชีวนะเกินจำเป็นและลดโอกาสเชื้อดื้อยาในระยะยาว
การตรวจแยกชนิดเชื้อสำคัญมาก เพราะหนองในแท้และหนองในเทียมใช้ยาคนละตัว การรู้ว่าเป็นเชื้ออะไรตั้งแต่วันแรกจึงทำให้รักษาตรงจุดกว่าการรักษาแบบคาดเดา หากคุณมีอาการปัสสาวะแสบขัด มีหนอง หรือเพิ่งมีความเสี่ยงมา การตรวจแบบรู้ผลไวช่วยให้ตัดสินใจได้เร็วขึ้นมาก
เชื้อที่ตรวจครอบคลุม 6 ชนิด: Neisseria gonorrhoeae (หนองในแท้), Chlamydia trachomatis (หนองในเทียม), Mycoplasma genitalium, Mycoplasma hominis, Ureaplasma urealyticum และ Trichomonas vaginalis
ราคาและการนัดหมาย: สอบถามราคาแพ็กเกจตรวจที่เป็นปัจจุบันได้ทาง LINE @pskclinic ก่อนเข้ารับบริการ ทีมงานยินดีให้ข้อมูลแบบเป็นส่วนตัว
การดูแลตัวระหว่างการรักษาโรคหนองใน
หลังจากที่พบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยโรคหนองในและรักษาอย่างถูกต้อง ผู้ป่วยควรงดมีเพศสัมพันธ์อย่างน้อย 7 วัน ส่วนในกรณีที่รักษาด้วยการทานยา ควรทานยาให้ตรงต่อเวลาและสม่ำเสมอ หากยังคงมีอาการอยู่หรือาการไม่ดีขึ้นหลังจากได้รับการรักษา ให้รีบกลับมาพบแพทย์เนื่องจากอาจเกิดอาการดื้อยา เมื่อผู้ป่วยหายเป็นปกติแนะนำให้กลับมาตรวจคัดกรองโรคหนองในซ้ำอีกครั้งหลังจากผ่านไป 3 เดือน
โรคหนองในแท้และหนองในเทียมเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบบ่อย แต่รักษาหายขาดได้ถ้าตรวจพบและรักษาถูกวิธี สิ่งสำคัญคือไม่ปล่อยอาการทิ้งไว้ ตรวจคัดกรองสม่ำเสมอแม้ไม่มีอาการ รักษาคู่นอนไปพร้อมกัน และใช้ยาตามแพทย์สั่งจนครบ หากมีข้อสงสัยหรืออยากตรวจแบบเป็นส่วนตัว ทีมแพทย์เฉพาะทางของ PSK Clinic ยินดีให้คำปรึกษา
สอบถามเพิ่มเติม ทำนัดปรึกษาแพทย์
Line: @pskclinic
Tel: 095-049-4142
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
หนองในแท้กับหนองในเทียมต่างกันอย่างไร?
ต่างกันที่ชนิดเชื้อและระยะฟักตัว หนองในแท้เกิดจาก Neisseria gonorrhoeae ฟักตัว 2-14 วัน หนองข้นสีเหลืองเขียว ส่วนหนองในเทียมเกิดจาก Chlamydia trachomatis เป็นหลัก ฟักตัว 2-14 วัน หนองสีเหลืองเขียว
เสี่ยงมาแล้วกี่วันถึงตรวจหนองในเจอ?
กรณีที่มีความเสี่ยงและมีอาการสามารถตรวจได้เลย กรณีที่มีความเสี่ยงแต่ไม่มีอาการสามารถตรวจได้หลังจากที่มีความเสี่ยงมาแล้ว 10 วัน โดยสามารถตรวจได้ทั้งหนองในแท้และหนองในเทียม วิธีที่แม่นยำที่สุดคือ PCR test ที่ตรวจพบเชื้อได้แม้ยังไม่มีอาการ
หนองในรักษาหายขาดไหม กี่วันหาย?
หนองในรักษาหายขาดได้ด้วยยาปฏิชีวนะ อาการมักดีขึ้นภายใน 2-3 วัน แต่ต้องรักษาให้ครบ รักษาคู่นอนไปพร้อมกัน และตรวจซ้ำหลัง 3 เดือน เพื่อยืนยันว่าหายจริงและไม่ติดซ้ำ
ไม่มีอาการเลย เป็นหนองในได้ไหม?
ได้ ผู้หญิงที่ติดคลามัยเดียมากถึง 80% และผู้ติดหนองในแท้ราวครึ่งหนึ่งไม่มีอาการ จึงควรตรวจคัดกรองแม้ไม่มีอาการหากมีประวัติเสี่ยง
หนองในติดจากห้องน้ำหรือใช้ของร่วมกันได้ไหม?
ไม่ได้ หนองในเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ไม่ติดจากการใช้ห้องน้ำ ใช้ของร่วมกัน หรือว่ายน้ำในสระเดียวกัน เพราะเชื้ออยู่นอกร่างกายได้ไม่นาน
กำลังตั้งครรภ์ ติดหนองในเทียม ใช้ยาอะไรได้บ้าง?
หญิงตั้งครรภ์ห้ามใช้ Doxycycline เพราะกระทบการสร้างกระดูกและฟันของทารก แพทย์จะใช้ Azithromycin 1 กรัม กินครั้งเดียวแทน และควรอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด
ทำออรัลเซกส์ติดหนองในที่คอได้ไหม?
ได้ หนองในติดที่คอผ่านการทำออรัลเซกส์ และราว 90% ไม่แสดงอาการ ทำให้แพร่เชื้อโดยไม่รู้ตัว หากเคยมีความเสี่ยง ควรตรวจเก็บตัวอย่างจากลำคอด้วย ไม่ใช่แค่อวัยวะเพศ
ตรวจหนองในรู้ผลกี่ชั่วโมง ต้องรอนานไหม?
ที่ PSK Clinic มีการตรวจแบบ POCT ระดับโมเลกุล ที่ตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อเช่นเดียวกับ PCR และทราบผลภายใน 1 ชั่วโมง ครอบคลุมเชื้อ 6 ชนิดในการตรวจครั้งเดียว ทำให้ตรวจและเริ่มรักษาได้จบในวันเดียว ไม่ต้องกลับมาฟังผลอีกรอบ
แหล่งอ้างอิง
- WHO — Sexually transmitted infections (STIs) fact sheet (ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ปี 2020): https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/sexually-transmitted-infections-(stis)
- WHO — New report flags major increase in STIs (ข้อมูลเชื้อหนองในดื้อยา Ceftriaxone ปี 2023): https://www.who.int/news/item/21-05-2024-new-report-flags-major-increase-in-sexually-transmitted-infections—amidst-challenges-in-hiv-and-hepatitis
- CDC — Gonococcal Infections Among Adolescents and Adults (STI Treatment Guidelines 2021): https://www.cdc.gov/std/treatment-guidelines/gonorrhea-adults.htm
- CDC — Chlamydial Infections (STI Treatment Guidelines 2021): https://www.cdc.gov/std/treatment-guidelines/chlamydia.htm
- CDC — Update to Treatment Guidelines for Gonococcal Infection, 2020 (MMWR, Ceftriaxone 500 mg): https://www.cdc.gov/mmwr/volumes/69/wr/mm6950a6.htm
- CDC — Clinical Treatment of Gonorrhea (HCP): https://www.cdc.gov/gonorrhea/hcp/clinical-care/index.html
- CDC — Summary of STI Treatment Guidelines 2021 (wall chart): https://www.cdc.gov/std/treatment-guidelines/wall-chart.pdf
- CDC — Sexually Transmitted Infections Surveillance (สถิติผู้ติดเชื้อ): https://www.cdc.gov/sti-statistics/annual/index.html
- กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข: https://ddc.moph.go.th
- Clinical Infectious Diseases — Point-of-care Tests for Chlamydia trachomatis and Neisseria gonorrhoeae: Review of the Literature (ข้อมูลความไว/ความจำเพาะของ molecular POCT): https://academic.oup.com/cid/article/82/Supplement_1/S43/8496029
- WHO — More countries report rising levels of drug-resistant gonorrhoea, 19 พ.ย. 2025: https://www.who.int/news/item/19-11-2025-more-countries-report-rising-levels-of-drug-resistant-gonorrhoea–warns-who
- WHO — Multi-drug resistant gonorrhoea (fact sheet): https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/multi-drug-resistant-gonorrhoea
- https://hivhub.ddc.moph.go.th/executive/sti-indicator.php

