Sidegra (ซิเดกร้า) คือยารักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศในผู้ชาย สารออกฤทธิ์คือ Sildenafil citrate มีขนาด 50 mg และ 100 mg ผลิตโดยองค์การเภสัชกรรม (GPO) ยานี้อยู่ในกลุ่ม PDE5 inhibitor ออกฤทธิ์ภายใน 30–60 นาที นานราว 4–6 ชั่วโมง และจัดเป็นยาควบคุมพิเศษที่ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์
ผู้ชายจำนวนมากต้องเผชิญกับภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ แต่หลายคนยังลังเลที่จะปรึกษาแพทย์ Sidegra (ซิเดกร้า) เป็นยาตัวหนึ่งที่ช่วยรักษาภาวะนี้ได้ และมีหลักฐานทางการแพทย์รองรับชัดเจน บทความนี้รวบรวมข้อมูลล่าสุดที่ถูกต้องเกี่ยวกับยา Sidegra เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจก่อนตัดสินใจไปพบแพทย์
Sidegra (ซิเดกร้า) เป็นยาที่มีสารออกฤทธิ์ชื่อ Sildenafil citrate (ซิลเดนาฟิล ซิเตรต) ซึ่งองค์การเภสัชกรรม (GPO) ของประเทศไทยเป็นผู้ผลิตและจำหน่าย ยานี้จัดอยู่ในกลุ่ม Phosphodiesterase type 5 inhibitor (PDE5 inhibitor) และได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ให้ใช้รักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศในชาย (Erectile Dysfunction หรือ ED)
Sildenafil ได้รับการอนุมัติจาก FDA ครั้งแรกตั้งแต่ปี ค.ศ. 1998 และจนถึงปัจจุบัน แนวทางเวชปฏิบัติระดับสากลก็ยังคงจัดให้ยากลุ่ม PDE5 inhibitor เป็นยาแนวแรก (First-line therapy) ในการรักษา ED ดังที่ปรากฏในแนวทางของ International Consultation on Sexual Medicine ฉบับที่ 5 (ICSM 2024)
“ผู้ชายส่วนใหญ่ที่มาปรึกษา มักกังวลว่าเป็นเรื่องน่าอาย อันที่จริงรักษาได้ และบ่อยครั้งยังเป็นสัญญาณเตือนของโรคหลอดเลือดที่ควรตรวจเพิ่มครับ การเริ่มต้นที่ถูกต้องคือการประเมินกับแพทย์ก่อนใช้ยา ไม่ใช่ซื้อยามาลองเองนะครับ” — แพทย์ประจำ PSK Clinic
ที่ PSK Clinic แพทย์จะเป็นผู้ให้คำปรึกษาและจ่ายยา Sidegra โดยประเมินความเหมาะสมและข้อบ่งชี้ของผู้รับบริการเป็นรายบุคคล

ข้อมูลยา Sidegra มีอะไรบ้าง
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| ชื่อการค้า | Sidegra® (ซิเดกร้า) |
| สารออกฤทธิ์ | Sildenafil citrate (ซิลเดนาฟิล ซิเตรต) |
| ผู้ผลิต | องค์การเภสัชกรรม (GPO) ประเทศไทย |
| ขนาด | 50 mg และ 100 mg (บรรจุแผงละ 4 เม็ด) |
| กลุ่มยา | PDE5 inhibitor |
| ระยะเวลาออกฤทธิ์ | เริ่มออกฤทธิ์ 30–60 นาที นานราว 4–6 ชั่วโมง |
| ราคา | 250–400 บาทต่อแผง (แตกต่างตามสถานพยาบาล) |
| ประเภทยา | ยาควบคุมพิเศษ ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์ |
องค์การเภสัชกรรมผลิต Sidegra ออกจำหน่ายในขนาด 50 mg และ 100 mg เป็นหลัก หากแพทย์ต้องการให้ผู้ป่วยเริ่มที่ขนาด 25 mg ก็สามารถทำได้โดยแบ่งครึ่งเม็ดขนาด 50 mg ส่วนราคาขายปลีกนั้นแตกต่างกันไปตามแต่ละสถานพยาบาล โดยทั่วไปอยู่ในช่วงประมาณ 250–400 บาทต่อแผง Sidegra เป็นยาควบคุมพิเศษ ผู้ที่ต้องการใช้ยาจึงต้องได้รับการประเมินและใบสั่งยาจากแพทย์ก่อนเสมอ
ยา Sidegra ออกฤทธิ์อย่างไร
Sidegra ออกฤทธิ์โดยยับยั้งเอนไซม์ PDE5 ทำให้สาร cGMP คงอยู่ในกล้ามเนื้อเรียบของอวัยวะเพศนานขึ้น หลอดเลือดจึงขยายตัวและเลือดไหลเข้าเพิ่มขึ้นเมื่อมีการกระตุ้นทางเพศ ผลคืออวัยวะเพศแข็งตัวและคงการแข็งตัวได้ดีขึ้น โดยยาจะออกฤทธิ์ก็ต่อเมื่อมีการกระตุ้นทางเพศร่วมด้วยเท่านั้น
Sildenafil ออกฤทธิ์โดยยับยั้งเอนไซม์ Phosphodiesterase type 5 (PDE5) ซึ่งปกติทำหน้าที่สลายสาร cyclic guanosine monophosphate (cGMP) ในกล้ามเนื้อเรียบของ Corpus cavernosum อันเป็นเนื้อเยื่อบริเวณอวัยวะเพศชาย
กระบวนการทางสรีรวิทยาที่เกี่ยวข้องมีดังนี้
- เมื่อมีการกระตุ้นทางเพศ เส้นประสาท Parasympathetic จะหลั่ง Nitric oxide (NO)
- NO กระตุ้นเอนไซม์ Guanylate cyclase ทำให้ระดับ cGMP ในกล้ามเนื้อเรียบเพิ่มขึ้น
- cGMP ทำให้กล้ามเนื้อเรียบคลายตัว หลอดเลือดขยาย เลือดจึงไหลเข้าสู่ Corpus cavernosum มากขึ้น
- Sildenafil ยับยั้ง PDE5 ไม่ให้สลาย cGMP จึงยืดระยะเวลาของกระบวนการนี้ ช่วยให้อวัยวะเพศแข็งตัวและคงการแข็งตัวได้
สิ่งสำคัญที่ผู้ใช้ยาต้องเข้าใจคือ Sildenafil ไม่ได้ทำให้อวัยวะเพศแข็งตัวเองโดยอัตโนมัติ แต่ยาจะออกฤทธิ์ได้ก็ต่อเมื่อมีการกระตุ้นทางเพศร่วมด้วย ดังนั้นหากร่างกายไม่ได้รับสัญญาณทางประสาทจากการกระตุ้นทางเพศ ยาก็จะไม่แสดงผล
ยา Sidegra ใช้รักษาอะไรได้บ้าง
Sidegra ใช้รักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศในผู้ชาย (ED) และยังช่วยเรื่องภาวะความดันหลอดเลือดแดงในปอดสูง (PAH) ซึ่งอยู่นอกขอบเขตบริการของคลินิกทั่วไป ต้องได้รับการดูแลจากแพทย์เฉพาะทาง
ข้อบ่งใช้หลัก: ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศในชาย (ED)
ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หมายถึงภาวะที่ผู้ชายไม่สามารถทำให้อวัยวะเพศแข็งตัว หรือคงการแข็งตัวไว้ได้เพียงพอต่อการมีเพศสัมพันธ์อย่างที่ต้องการ
Sildenafil สามารถรักษา ED ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าภาวะนั้นจะเกิดจากสาเหตุใด ทั้งสาเหตุทางจิตใจ (Psychogenic ED) สาเหตุทางหลอดเลือด (Vasculogenic ED) สาเหตุทางระบบประสาท (Neurogenic ED) รวมถึง ED ที่สัมพันธ์กับโรคเบาหวาน
ข้อบ่งใช้รอง: ความดันหลอดเลือดแดงในปอดสูง (PAH)
นอกจากรักษา ED แล้ว แพทย์ยังใช้ Sildenafil ในขนาด 20 mg วันละ 3 ครั้ง เพื่อรักษาภาวะความดันหลอดเลือดแดงในปอดสูง (Pulmonary Arterial Hypertension หรือ PAH) ซึ่งช่วยให้ผู้ป่วยออกกำลังกายได้ดีขึ้นและชะลอการดำเนินโรค อย่างไรก็ตาม ข้อบ่งใช้นี้อยู่นอกขอบเขตการให้บริการของ PSK Clinic
ยา Sidegra กินอย่างไร แต่ละคนกินขนาดเท่าไรถึงเหมาะสม
ขนาดเริ่มต้นมาตรฐานของ Sidegra คือ 50 mg รับประทานครั้งเดียวประมาณ 1 ชั่วโมงก่อนมีเพศสัมพันธ์ แพทย์อาจปรับลดเหลือ 25 mg หรือเพิ่มเป็น 100 mg ตามการตอบสนองของร่างกายคนไข้ โดยห้ามรับประทานเกินวันละ 1 ครั้ง
ขนาดยาที่แนะนำสำหรับ ED
ขนาดเริ่มต้นมาตรฐานคือ 50 mg โดยรับประทานครั้งเดียวประมาณ 1 ชั่วโมงก่อนมีเพศสัมพันธ์
หลังจากนั้นแพทย์อาจปรับขนาดยาตามการตอบสนองและผลข้างเคียงของผู้ป่วย ดังนี้
- ลดเหลือ 25 mg (แบ่งครึ่งเม็ด 50 mg) หากขนาดนี้เพียงพอ หรือมีผลข้างเคียง
- เพิ่มเป็น 100 mg หากขนาด 50 mg ยังไม่ได้ผลเพียงพอ
ขนาดสูงสุดคือ 100 mg ต่อวัน และไม่ควรรับประทานเกิน 1 ครั้งต่อวัน
ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพของยา
- เวลาในการรับประทาน: ช่วงเวลาที่เหมาะสมคือ 30–60 นาทีก่อนมีเพศสัมพันธ์ ยาออกฤทธิ์ได้นานประมาณ 4–6 ชั่วโมง
- อาหาร: การรับประทานยาพร้อมหรือหลังอาหารที่มีไขมันสูงจะชะลอการดูดซึม และลดค่าความเข้มข้นสูงสุดในเลือด (Cmax) ลงประมาณ 29% จึงแนะนำให้รับประทานยาขณะท้องว่าง หรือหลังอาหารที่มีไขมันต่ำ
- การถูกกระตุ้นทางเพศ: ยาจำเป็นต้องอาศัยการกระตุ้นทางเพศจึงจะออกฤทธิ์ได้ตามปกติ
ผลข้างเคียงของยา Sidegra มีอะไรบ้าง
ผลข้างเคียงที่พบบ่อยของ Sidegra ได้แก่ ปวดศีรษะ หน้าแดง คัดจมูก และอาหารไม่ย่อย ซึ่งมักเป็นชั่วคราวและหายได้เองเมื่อยาหมดฤทธิ์ ส่วนผลข้างเคียงร้ายแรง เช่น อวัยวะเพศแข็งตัวนานเกิน 4 ชั่วโมง หรือสูญเสียการมองเห็น/การได้ยินเฉียบพลัน พบได้น้อยมากแต่ต้องรีบพบแพทย์ทันที
ผลข้างเคียงที่พบบ่อย (พบมากกว่า 10%)
ผลข้างเคียงต่อไปนี้มักเป็นเพียงชั่วคราว และจะหายได้เองเมื่อยาหมดฤทธิ์
- ปวดศีรษะ: ผลข้างเคียงที่พบบ่อยที่สุด เกิดจากการขยายตัวของหลอดเลือด
- หน้าแดง: รู้สึกร้อนหรือแดงบริเวณใบหน้า คอ และทรวงอก
- คัดจมูก: เยื่อบุจมูกบวมจากฤทธิ์ขยายหลอดเลือด
- อาหารไม่ย่อย: ปวดแสบท้องหรือรู้สึกแน่นท้อง
ผลข้างเคียงที่พบได้ (พบ 1–10%)
- การมองเห็นผิดปกติ: ผู้ใช้อาจมองเห็นเป็นสีฟ้าหรือเขียวชั่วคราว (Cyanopsia/Chromatopsia) ภาพพร่า หรือไวต่อแสงมากผิดปกติ อาการเหล่านี้เกิดจากยาไปยับยั้งเอนไซม์ PDE6 ในเซลล์รับแสงของจอตาบางส่วน
- เวียนศีรษะ: เกิดจากความดันโลหิตที่ลดลงเล็กน้อย
- ใจสั่น ชีพจรเต้นเร็ว
- ปวดกล้ามเนื้อ
- ผื่นที่ผิวหนัง
หากมีอาการเหล่านี้รีบพบแพทย์ทันที
ภาวะอวัยวะเพศแข็งตัวนานผิดปกติ คือภาวะที่อวัยวะเพศแข็งตัวนานเกิน 4 ชั่วโมงโดยที่ไม่มีการกระตุ้นทางเพศ ภาวะนี้ถือเป็นเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ผู้ป่วยต้องรีบรับการรักษาทันที เพราะหากปล่อยไว้อาจทำให้เนื้อเยื่ออวัยวะเพศเสียหายถาวร จนนำไปสู่ ED ถาวรได้ ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงต่อภาวะนี้ ได้แก่ ผู้ป่วยโรคเม็ดเลือดแดงรูปเคียว (Sickle cell disease) มะเร็งเม็ดเลือดขาว (Leukemia) และมะเร็งไขกระดูก (Multiple myeloma)
การสูญเสียการมองเห็นเฉียบพลัน เป็นภาวะที่พบได้น้อยมาก โดยเกิดจากเส้นประสาทตาขาดเลือด (Non-arteritic anterior ischemic optic neuropathy หรือ NAION) ผู้ที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่ ผู้ที่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และผู้ที่มีลักษณะจอตาเฉพาะบางอย่าง
การสูญเสียการได้ยินเฉียบพลัน ก็พบได้น้อยมากเช่นกัน อาการนี้มักเกิดขึ้นทันทีหรือภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังรับประทานยา ผู้ที่มีอาการดังกล่าวจึงต้องรีบไปพบแพทย์เพื่อประเมินและรักษาทันที

ใครห้ามใช้ยา Sidegra บ้าง
ผู้ที่ห้ามใช้ Sidegra เด็ดขาด คือผู้ที่ใช้ยากลุ่ม Nitrates ทุกชนิด (รวมถึง Poppers) ผู้ที่ใช้ Riociguat และผู้ที่แพ้ Sildenafil เพราะเสี่ยงต่อความดันโลหิตตกรุนแรงถึงชีวิต ส่วนผู้ที่มีโรคหัวใจรุนแรง ความดันผิดปกติ หรือโรคตับรุนแรง ต้องให้แพทย์ประเมินก่อน
ห้ามใช้ร่วมกับยากลุ่ม Nitrates ทุกรูปแบบ ข้อนี้ถือเป็นข้อห้ามที่สำคัญที่สุด เพราะเมื่อ Sildenafil ออกฤทธิ์ร่วมกับยา Nitrates ยาทั้งสองจะเสริมฤทธิ์ขยายหลอดเลือดซึ่งกันและกัน จนทำให้ความดันโลหิตลดลงอย่างรุนแรงและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต
ยา Nitrates ที่ต้องระวัง ได้แก่
- Glyceryl trinitrate (GTN, Nitroglycerin) ทั้งชนิดอมใต้ลิ้น แปะผิวหนัง ฉีด และสูดพ่น
- Isosorbide dinitrate (ISDN)
- Isosorbide mononitrate (ISMN)
- Amyl nitrite และ Alkyl nitrites (“Poppers”) ซึ่งพบการใช้บ่อยในกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย (MSM) ห้ามใช้ร่วมกันเด็ดขาด
ห้ามใช้ร่วมกับ Riociguat (Adempas) ยานี้ใช้รักษาภาวะความดันหลอดเลือดในปอดสูง และออกฤทธิ์ในวิถี cGMP เช่นเดียวกับ Sildenafil หากใช้ร่วมกัน ผู้ป่วยจะเสี่ยงต่อภาวะความดันโลหิตต่ำรุนแรง
ห้ามใช้ในผู้ที่มีประวัติแพ้ Sildenafil หรือส่วนประกอบของยา
ยา Sidegra ตีกับยาอะไรบ้าง (ปฏิกิริยาระหว่างยา)
Sidegra มีปฏิกิริยากับยาหลายกลุ่ม โดยเฉพาะ Nitrates (ห้ามใช้ร่วม), Alpha-blockers และ CYP3A4 inhibitors เช่น ยาต้านไวรัส HIV และยาต้านเชื้อรา ที่ทำให้ระดับยาในเลือดสูงขึ้น ผู้ใช้จึงควรแจ้งยาประจำตัวทั้งหมดให้แพทย์ทราบก่อนรับยา
ยากลุ่ม Nitrates: จัดเป็นข้อห้ามใช้สัมบูรณ์ ผู้ที่ใช้ยา Nitrate ชนิดออกฤทธิ์สั้นจึงต้องเว้นระยะอย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนรับประทาน Sildenafil ส่วนชนิดออกฤทธิ์ยาวต้องเว้นอย่างน้อย 48 ชั่วโมง
ยากลุ่ม Alpha-blockers: เช่น Tamsulosin, Doxazosin และ Terazosin ซึ่งใช้รักษาต่อมลูกหมากโต ยากลุ่มนี้อาจเสริมฤทธิ์ลดความดันโลหิตเมื่อใช้ร่วมกับ Sildenafil แพทย์จึงมักแนะนำให้เริ่มที่ขนาด 25 mg และรับประทานห่างจากยา Alpha-blocker อย่างน้อย 4 ชั่วโมง
ยากลุ่ม CYP3A4 inhibitors: ยากลุ่มนี้จะยับยั้งการเผาผลาญ Sildenafil ทำให้ระดับยาในเลือดสูงขึ้น แพทย์จึงต้องลดขนาด Sildenafil ลง ยาที่อยู่ในกลุ่มนี้ ได้แก่
- Ritonavir (ยาต้านไวรัส HIV): ไม่ควรใช้ Sildenafil เกิน 25 mg ในเวลา 48 ชั่วโมง
- Ketoconazole, Itraconazole (ยาต้านเชื้อรา)
- Erythromycin, Clarithromycin (ยาปฏิชีวนะกลุ่ม Macrolide)
- Saquinavir, Indinavir (ยาต้านไวรัสกลุ่ม Protease inhibitors)
ยากลุ่ม CYP3A4 inducers: ยากลุ่มนี้จะเร่งการเผาผลาญ Sildenafil ทำให้ระดับยาลดลง แพทย์จึงอาจต้องปรับขนาดยาเพิ่มขึ้น ยาที่อยู่ในกลุ่มนี้ ได้แก่ Rifampicin, Carbamazepine, Phenytoin และ Phenobarbital
ยาลดความดันโลหิต: หากใช้ Sildenafil ร่วมกับยาลดความดันหลายชนิด ฤทธิ์ลดความดันอาจเสริมกัน ผู้ใช้จึงควรติดตามความดันโลหิตและสังเกตอาการเวียนศีรษะ
แอลกอฮอล์: การดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะความดันโลหิตต่ำและเวียนศีรษะ ทั้งยังลดประสิทธิภาพของยาในการรักษา ED ด้วย ผู้ใช้จึงควรหลีกเลี่ยงหรือจำกัดปริมาณ
น้ำเกรปฟรุต (Grapefruit juice): น้ำเกรปฟรุตยับยั้งเอนไซม์ CYP3A4 ในลำไส้ ทำให้ระดับ Sildenafil ในเลือดสูงขึ้น ผู้ใช้จึงควรหลีกเลี่ยง
วิธีเก็บรักษายา Sidegra และข้อควรปฏิบัติ
- เก็บยาที่อุณหภูมิต่ำกว่า 30 องศาเซลเซียส ไม่ให้โดนแสงแดดและความชื้น
- เก็บยาให้พ้นมือเด็ก
- ไม่ควรแบ่งยาให้ผู้อื่นใช้ แม้จะมีอาการคล้ายกัน
- หากลืมรับประทาน ไม่ต้องรับประทานชดเชย เพราะยานี้ใช้เฉพาะเมื่อต้องการ ไม่ได้ใช้เป็นประจำทุกวัน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Sidegra (FAQ)
ยา Sidegra ต่างจาก ยา Viagra อย่างไร
Sidegra และ Viagra มีสารออกฤทธิ์เดียวกันคือ Sildenafil citrate และมีขนาดยาเท่ากัน ความแตกต่างอยู่ที่ผู้ผลิตเท่านั้น โดยองค์การเภสัชกรรม (GPO) ของรัฐบาลไทยเป็นผู้ผลิต Sidegra ในฐานะยาชื่อสามัญ (Generic) ส่วน Viagra นั้นบริษัท Pfizer เจ้าของสิทธิบัตรเดิมเป็นผู้ผลิต ยาทั้งสองให้ผลทางคลินิกเทียบเคียงกันเพราะเป็นยาที่มีชีวสมมูล (Bioequivalent) แต่ Sidegra มีข้อได้เปรียบตรงที่ราคาเข้าถึงได้ง่ายกว่า
ยา Sidegra ราคาเท่าไร
ราคา Sidegra แตกต่างกันไปตามสถานพยาบาลและขนาดยา โดยทั่วไปอยู่ในช่วงประมาณ 200–400 บาทต่อแผง (แผงละ 4 เม็ด) ขนาด 100 mg จะแพงกว่าขนาด 50 mg เนื่องจาก Sidegra เป็นยาควบคุมพิเศษ ผู้ซื้อจึงต้องได้รับการประเมินและใบสั่งยาจากแพทย์ก่อนเสมอ ไม่ควรซื้อจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือเพราะเสี่ยงต่อยาปลอม
รับประทาน Sidegra ทุกวันได้หรือไม่
สำหรับการรักษา ED แบบใช้เมื่อต้องการ (On-demand) แพทย์มักสั่งขนาด 50–100 mg โดยรับประทานไม่เกิน 1 ครั้งต่อวัน อย่างไรก็ตาม ในผู้ป่วยบางราย แพทย์อาจพิจารณาให้ Sildenafil ขนาดต่ำ (25 mg) รับประทานทุกวัน (Daily dosing) ทั้งนี้การตัดสินใจดังกล่าวต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์เสมอ
Sidegra ออกฤทธิ์นานแค่ไหน
Sildenafil มีค่าครึ่งชีวิต (Half-life) ประมาณ 3–5 ชั่วโมง โดยทั่วไปยาจะออกฤทธิ์ได้ดีในช่วง 1–4 ชั่วโมงหลังรับประทาน และอาจยังคงมีผลบ้างนานถึง 6 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาออกฤทธิ์แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับอายุ สภาพร่างกาย และปัจจัยอื่น
รับประทาน Sidegra แล้วไม่ได้ผล ควรทำอย่างไร
ครั้งแรกที่ใช้ยา ผู้ใช้บางคนอาจได้ผลต่ำกว่าที่คาด จึงควรให้เวลายาออกฤทธิ์อย่างน้อย 4–8 ครั้งก่อนสรุปว่าไม่ได้ผล นอกจากนี้ควรตรวจสอบปัจจัยที่อาจลดประสิทธิภาพของยา เช่น การรับประทานพร้อมอาหารไขมันสูง การดื่มแอลกอฮอล์ หรือการขาดการกระตุ้นทางเพศ หากปรับปัจจัยเหล่านี้แล้วยังไม่ได้ผล ผู้ใช้ควรปรึกษาแพทย์เพื่อปรับขนาดยา หรือเปลี่ยนไปใช้ PDE5 inhibitor ชนิดอื่น เช่น Tadalafil ที่ออกฤทธิ์นานถึง 24–36 ชั่วโมง หรือ Avanafil ที่ออกฤทธิ์เร็วภายใน 15–30 นาที
ใช้ Sidegra ร่วมกับ Poppers ได้หรือไม่
ใช้ร่วมกันไม่ได้อย่างเด็ดขาด เพราะ Poppers หรือ Alkyl nitrites จัดอยู่ในกลุ่มยา Nitrates เช่นเดียวกับยาอมใต้ลิ้น หากใช้ร่วมกับ Sidegra ความดันโลหิตจะลดลงอย่างรุนแรงและฉับพลัน จนอาจเกิดภาวะช็อกและเสียชีวิตได้ ข้อห้ามนี้สำคัญอย่างยิ่งสำหรับกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย (MSM) ซึ่งมีการใช้ Poppers ค่อนข้างบ่อย
ยา Sidegra มีผลต่อภาวะเจริญพันธุ์หรือไม่
จากการศึกษาพบว่า Sildenafil ไม่ส่งผลเสียต่อคุณภาพของอสุจิ (Sperm quality) หรือฮอร์โมนเพศชาย ในผู้ชายที่มีภาวะเจริญพันธุ์ปกติ
สรุป: Sidegra ยารักษาอาการหย่อนสมรรถภาพที่เข้าถึงได้ ภายใต้การดูแลของแพทย์
Sidegra (ซิเดกร้า) เป็นยารักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศในชายที่มีหลักฐานทางคลินิกรองรับ และแนวทางเวชปฏิบัติระดับสากลก็จัดให้อยู่ในกลุ่มยาแนวแรก เนื่องจากองค์การเภสัชกรรมเป็นผู้ผลิต ยานี้จึงมีราคาที่เข้าถึงได้ และเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับผู้ชายไทยจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม Sidegra มีข้อห้ามใช้และปฏิกิริยาระหว่างยาที่สำคัญหลายอย่าง ผู้ที่ต้องการใช้ยาจึงต้องผ่านการประเมินจากแพทย์เสมอ
ที่ PSK Clinic ลาดพร้าว กรุงเทพฯ แพทย์จะตรวจประเมินภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ซักประวัติโรคประจำตัวและยาที่ผู้ป่วยใช้อยู่ จ่ายยา Sidegra พร้อมให้คำแนะนำการใช้ยาอย่างถูกต้องและปลอดภัย หากคุณมีคำถามหรือต้องการปรึกษา สามารถติดต่อเราได้ตามช่องทางด้านล่าง
PSK Clinic ลาดพร้าว กรุงเทพฯ
โทร 095-049-4142
LINE: @pskclinic
อ้างอิง
- องค์การเภสัชกรรม (GPO). Sidegra® (Sildenafil Citrate) Product Information.
- Burnett AL, et al. Evolving medical management of erectile dysfunction: recommendations from the Fifth International Consultation on Sexual Medicine (ICSM 2024). Sexual Medicine Reviews. 2025;13(4):513.
- Levine GN, et al. Princeton IV Consensus Guidelines: PDE5 inhibitors and cardiac health. Journal of Sexual Medicine. 2024;21(2):90.
- Dhaliwal A, Gupta M. PDE5 Inhibitors. StatPearls. NIH National Library of Medicine.
- MedlinePlus. Sildenafil Drug Information.
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทางการแพทย์เกี่ยวกับยา Sidegra สำหรับผู้รับบริการ PSK Clinic ตรวจทานโดยแพทย์เฉพาะทาง อัปเดตล่าสุด 13 มิถุนายน 2026 ไม่สามารถใช้ทดแทนการซักประวัติ การตรวจร่างกาย และการวินิจฉัยจากแพทย์ ผู้สนใจรับยาควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการประเมินที่เหมาะสมกับสุขภาพของแต่ละบุคคล

