
ลบความเข้าใจผิด: เหตุใดผู้ชายจึงควรฉีด "วัคซีน HPV" ไม่แพ้ผู้หญิง?
พูดถึง “วัคซีน HPV” หลายคนมักนึกถึง “วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก” ซึ่งเป็นเรื่องของผู้หญิงเท่านั้น ความเชื่อนี้ฝังรากลึกจนทำให้ผู้ชายจำนวนมากมองข้ามความสำคัญของวัคซีนตัวนี้ไปอย่างน่าเสียดาย แต่ในความเป็นจริง เชื้อ HPV (Human Papillomavirus) ไม่ได้เลือกเพศ ผู้ชายก็ติดเชื้อได้เช่นเดียวกัน และที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือ ผู้ชายส่วนใหญ่มักเป็น “พาหะเงียบ” (Silent Carrier) ที่แพร่เชื้อไปยังคู่รักโดยไม่รู้ตัว หรือกว่าจะแสดงอาการก็สายเกินไปแล้ว
จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า ในปี 2019 เชื้อ HPV เป็นสาเหตุของมะเร็งในผู้ชายมากถึง 70,000 รายทั่วโลก ขณะที่ข้อมูลของ CDC ประเทศสหรัฐอเมริกา รายงานว่าในแต่ละปีมีผู้ชายชาวอเมริกันเป็นมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับ HPV มากถึง22,827 ราย และตัวเลขเหล่านี้ยังมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อย ๆ
บทความนี้จะพาไปเจาะลึกเรื่อง เชื้อ HPV ในผู้ชาย ตั้งแต่กลไกการติดต่อ โรคร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้น ไปจนถึงเหตุผลว่าทำไม วัคซีน HPV ถึงเป็นสิ่งที่ผู้ชายยุคใหม่ต้องรู้และไม่ควรมองข้าม
เชื้อ HPV ในผู้ชายคืออะไร? ทำไมถึงติดง่ายกว่าที่คิด
HPV (Human Papillomavirus) คือกลุ่มไวรัสที่มีกว่า 200 สายพันธุ์ เพื่อให้เข้าใจง่าย ทางการแพทย์จึงแบ่งไวรัสกลุ่มที่ชอบแฝงตัวอยู่บริเวณอวัยวะเพศออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่:
- กลุ่มความเสี่ยงสูง (High-risk HPV): ได้แก่ สายพันธุ์ 16 และ 18 ซึ่งเป็นตัวการหลัก เพราะสามารถพัฒนาไปสู่ “โรคมะเร็ง” ได้หลายชนิด
- กลุ่มความเสี่ยงต่ำ (Low-risk HPV): เช่น สายพันธุ์ 6 และ 11 แม้กลุ่มนี้จะไม่ก่อให้เกิดมะเร็ง แต่ก็เป็นสาเหตุหลักของ “โรคหูดหงอนไก่” (Genital Warts) ที่สร้างความรำคาญใจและบั่นทอนความมั่นใจให้ผู้ชายจำนวนมาก
ทำไมถึงติดง่าย? ความจริงที่ผู้ชายหลายคนไม่เคยรู้ เชื้อ HPV ติดต่อได้ง่ายดายมากผ่าน การสัมผัสผิวหนังต่อผิวหนัง (Skin-to-Skin Contact) โดยเฉพาะจากการมีเพศสัมพันธ์ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะทางช่องคลอด ทวารหนัก หรือแม้แต่การทำออรัลเซ็กซ์ (Oral Sex)
สิ่งที่ผู้ชายมักเข้าใจผิดคือ คิดว่าป้องกันดีแล้ว แต่ความจริงก็คือ “แม้จะใส่ถุงยางอนามัย ก็ไม่สามารถป้องกันเชื้อ HPV ได้ 100%” เพราะไวรัสชนิดนี้สามารถอาศัยอยู่บนผิวหนังบริเวณรอบโคนองคชาต ถุงอัณฑะ หรือรอบทวารหนัก ซึ่งเป็นจุดที่ถุงยางอนามัยครอบคลุมไม่ถึง ดังนั้น การมีเพศสัมพันธ์เพียงครั้งเดียวก็มีโอกาสรับเชื้อได้แล้ว
สถิติที่น่าตกใจของเชื้อ HPV ในผู้ชาย
- 90% ของผู้ชายที่เคยมีเพศสัมพันธ์ จะต้องเคยได้รับเชื้อ HPV อย่างน้อยสักครั้งในชีวิต
- 1 ใน 3 ของผู้ชายทั่วโลก มีเชื้อ HPV สายพันธุ์ใดสายพันธุ์หนึ่งแฝงอยู่ที่อวัยวะเพศในขณะนี้
- เชื้อ HPV มีความชุกสูงถึง 50-70% บริเวณผิวหนังของอวัยวะเพศชาย (ลำตัวองคชาต, ปลายองคชาต, ถุงอัณฑะ และรอบทวารหนัก)
ภัยเงียบที่แฝงตัวยาวนานนับสิบปี ความน่ากลัวที่สุดของเชื้อ HPV คือการทำให้ผู้ชายกลายเป็น “พาหะเงียบ” เพราะเมื่อรับเชื้อมาแล้ว ส่วนใหญ่จะไม่มีอาการผิดปกติใดๆ ข้อมูลจาก CDC ระบุว่า ร่างกายคนเราสามารถกำจัดเชื้อนี้ออกไปได้เองประมาณ 90% ภายใน 2 ปี
แต่สำหรับเชื้อส่วนที่เหลือ ถ้าร่างกายกำจัดไม่หมด มันจะซ่อนตัวอย่างเงียบเชียบ โดยอาจใช้เวลา 5-10 ปี ในการทำให้เซลล์เริ่มผิดปกติ (รอยโรคก่อนมะเร็ง) และอาจใช้เวลานานถึง 20 ปี กว่าจะลุกลามกลายเป็นมะเร็งอย่างเต็มตัว ซึ่งหมายความว่า ในระหว่างช่วงเวลาหลายสิบปีนี้ ผู้ชายอาจเผลอแพร่เชื้อไปสู่คู่นอนหลายคนโดยที่ตัวเองไม่มีทางรู้ตัวเลย
ผู้ชายฉีดวัคซีน HPV ดีไหม? วัคซีนเข็มนี้ป้องกันโรคอะไรได้บ้าง?
หากมีคำถามว่าผู้ชายควรฉีดวัคซีน HPV ไหม? คำตอบสั้นๆ คือ “จำเป็นอย่างยิ่ง” เพราะการฉีดวัคซีนไม่ได้มีดีแค่ช่วยป้องกันการติดเชื้อ แต่ยังเปรียบเสมือนเกราะป้องกันโรคร้ายแรงและโรคกวนใจหลายชนิดที่ผู้ชายต้องเผชิญ การฉีดวัคซีน HPV สามารถช่วยป้องกันโรคต่างๆ ได้ดังนี้
- ตัดวงจร “โรคหูดหงอนไก่” (Genital Warts) ที่รักษาให้ขาดได้ยาก หูดหงอนไก่เกิดจากเชื้อ HPV สายพันธุ์ 6 และ 11 ลักษณะจะเป็นติ่งเนื้อคล้ายดอกกะหล่ำ หรือเป็นแผ่นแบนๆ ผุดขึ้นบริเวณอวัยวะเพศ ทวารหนัก ขาหนีบ หรือต้นขาด้านใน แม้โรคนี้จะไม่ใช่มะเร็ง แต่ก็สร้างความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส ทั้งอาการคัน ระคายเคือง และทำลายความมั่นใจในชีวิตคู่แบบสุดๆ
ความน่ากลัวของหูดหงอนไก่คือ “การกลับมาเป็นซ้ำ” แม้จะอดทนรักษาด้วยการทายา จี้เย็น หรือเลเซอร์ ก็ยังมีโอกาสกลับมาเป็นใหม่ได้เรื่อยๆ บางรายต้องรักษากันข้ามปีจนเสียทั้งเงินและสุขภาพจิต แต่ข่าวดีคือ มีผลการศึกษาทางคลินิกยืนยันว่า:
- วัคซีน HPV สามารถป้องกันการติดเชื้อสายพันธุ์ 6, 11, 16 และ 18 แบบฝังลึกได้ถึง 86%
- ป้องกันการเกิดรอยโรคที่อวัยวะเพศภายนอกได้สูงถึง 90% (ในกลุ่มผู้ชายที่ไม่เคยติดเชื้อมาก่อน) นั่นหมายความว่า ยิ่งฉีดป้องกันไว้ก่อนสัมผัสเชื้อ โอกาสที่จะต้องมานั่งปวดหัวกับโรคนี้ก็แทบจะเป็นศูนย์ครับ
- สกัดกั้น “มะเร็งทวารหนัก” และ “มะเร็งอวัยวะเพศ” รู้หรือไม่ว่า มากกว่า 90% ของผู้ป่วยมะเร็งทวารหนัก (Anal Cancer) มีสาเหตุมาจากเชื้อ HPV โดยเฉพาะสายพันธุ์ 16 ซึ่งเป็นสายพันธุ์สุดดื้อรั้นที่ร่างกายมนุษย์กำจัดออกได้ยากที่สุด
แม้กลุ่มชายรักชาย (MSM) จะมีความเสี่ยงสูงเป็นพิเศษ แต่ผู้ชายทั่วไปก็ประมาทไม่ได้เด็ดขาด เพราะสถิติผู้ป่วยมะเร็งทวารหนักรายใหม่มีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นทุกปี นอกจากนี้ เชื้อ HPV ยังเป็นตัวการของ มะเร็งองคชาต (Penile Cancer) ถึง 40-60% ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างรุนแรง
- ข้อมูลจากการศึกษาในกลุ่ม MSM อายุ 16-26 ปี พบว่าการฉีดวัคซีน HPV ครบโดส ช่วยลดการติดเชื้อฝังลึกที่ทวารหนักได้ถึง 95% และลดรอยโรคก่อนมะเร็งระดับสูงได้ถึง 75% วัคซีนเข็มนี้จึงถือเป็นเครื่องมือสกัดมะเร็งที่ทรงพลังมากครับ
- ป้องกัน “มะเร็งช่องปากและลำคอ” (Oropharyngeal Cancer) ภัยร้ายที่กำลังแซงโค้ง นี่คือความจริงที่หลายคนคาดไม่ถึง! ปัจจุบันในประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างสหรัฐอเมริกา สถิติผู้ป่วยมะเร็งช่องคอและฐานลิ้นจากเชื้อ HPV ได้พุ่งแซงหน้ามะเร็งปากมดลูกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
สาเหตุหลักมาจากการทำออรัลเซ็กซ์ (Oral Sex) ที่พาเชื้อไวรัสเข้าสู่ช่องปากโดยตรง งานวิจัยพบว่า ผู้ชายมีอัตราการติดเชื้อ HPV ในช่องปากสูงกว่าผู้หญิงถึง 3.5 เท่า และพบว่ากว่า 90% ของผู้ป่วยมะเร็งชนิดนี้มีเชื้อ HPV สายพันธุ์ 16 แฝงอยู่ สิ่งที่น่าตกใจคือ เชื้อสามารถซ่อนตัวอยู่ในลำคอได้นานถึง 10-30 ปี กว่าจะแสดงอาการก็ล่วงเลยเข้าสู่วัยกลางคน และที่แย่กว่านั้นคือ เราไม่มีวิธีตรวจคัดกรองเบื้องต้น (เหมือนการตรวจ Pap Smear) สำหรับช่องปาก ดังนั้น “การฉีดวัคซีนจึงเป็นทางออกเดียวที่ดีที่สุด”
ผู้ชายควรเริ่มฉีดวัคซีนตอนอายุเท่าไหร่?
แนวทางที่แนะนำในปัจจุบันคือ ผู้ชายสามารถเข้ารับวัคซีน HPV ได้ตั้งแต่ อายุ 9 ถึง 45 ปี โดยช่วงที่ได้ประสิทธิภาพสูงสุดคือ อายุ 11-12 ปี หรือก่อนมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก เพราะร่างกายยังไม่เคยสัมผัสเชื้อ ยิ่งฉีดเร็วยิ่งได้ประโยชน์มาก มีข้อมูลว่า อัตราสะสมของการติดเชื้อ HPV เพิ่มสูงถึง 40% ภายใน 2 ปีแรกหลังมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก ดังนั้น การรอจนถึงวัยที่มีเพศสัมพันธ์อาจทำให้พลาดช่วงเวลาทองในการป้องกันไปแล้ว
แต่ถึงแม้จะมีเพศสัมพันธ์แล้ว การฉีดวัคซีนก็ยังให้ประโยชน์ เพราะโอกาสที่จะเคยสัมผัสเชื้อ HPV ครบทุกสายพันธุ์ที่วัคซีนครอบคลุมนั้นมีน้อยมาก วัคซีนจึงยังช่วยป้องกันสายพันธุ์ที่ยังไม่เคยสัมผัสได้ สำหรับผู้ที่เคยรักษาหูดหงอนไก่หรือรอยโรคก่อนมะเร็งมาแล้ว การฉีดวัคซีนยังช่วยลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำได้อีกด้วย
วัคซีนที่แนะนำในปัจจุบันคือ วัคซีน HPV 9 สายพันธุ์ (Gardasil 9) ซึ่งเป็นวัคซีนที่ครอบคลุมมากที่สุด ป้องกัน HPV สายพันธุ์ 6, 11, 16, 18, 31, 33, 45, 52 และ 58 สามารถป้องกันมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับ HPV ได้ถึงประมาณ 84% ของทั้งหมด รวมถึงได้รับการอนุมัติจาก FDA ในปี 2020 ให้ใช้เพื่อป้องกันมะเร็งช่องปากและลำคอโดยเฉพาะ
จำนวนเข็มที่ต้องฉีดขึ้นอยู่กับช่วงอายุ:
- อายุ 9-14 ปี: ฉีด 2 เข็ม (เข็มที่ 2 ห่างจากเข็มแรก 6-12 เดือน)
- อายุ 15 ปีขึ้นไป: ฉีด 3 เข็ม (เข็มที่ 2 ห่างจากเข็มแรก 1-2 เดือน และเข็มที่ 3 ห่างจากเข็มแรก 6 เดือน)
- ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง (รวมถึงผู้ที่มีเชื้อ HIV): แนะนำฉีด 3 เข็ม โดยไม่คำนึงถึงอายุที่เริ่มฉีด
วัคซีน HPV มีความปลอดภัยสูง โดยผลข้างเคียงที่พบบ่อยที่สุดคือ อาการปวดบริเวณที่ฉีด ปวดศีรษะ ซึ่งเป็นอาการเล็กน้อยและหายได้เอง ไม่จำเป็นต้องตรวจหาเชื้อ HPV ก่อนฉีดวัคซีน สามารถเข้ารับวัคซีนได้ทันทีหลังปรึกษาแพทย์
สรุป: อย่ารอให้เกิดอาการ ฉีดวัคซีน HPV ตั้งแต่วันนี้
การดูแลสุขภาพไม่ใช่เรื่องของผู้หญิงฝ่ายเดียว ผู้ชายก็มีความเสี่ยงต่อเชื้อ HPV ไม่ต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นหูดหงอนไก่ที่รักษาหายยากและเป็นซ้ำง่าย มะเร็งทวารหนักที่กว่า 90% เกิดจาก HPV มะเร็งช่องปากและลำคอที่กำลังเพิ่มขึ้นอย่างน่าเป็นห่วง หรือมะเร็งองคชาต ล้วนเป็นภัยเงียบที่ป้องกันได้ด้วย วัคซีน HPV เพียงไม่กี่เข็ม ยิ่งฉีดเร็วเท่าไหร่ ยิ่งได้ประสิทธิภาพสูงเท่านั้น
การฉีดวัคซีนไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเอง แต่ยังเป็นความรับผิดชอบต่อคู่รักและคนรอบข้าง อย่ารอให้สายเกินไป ปรึกษาแพทย์และเข้ารับวัคซีนป้องกันตั้งแต่วันนี้
ดูรายละเอียดราคาและแพ็กเกจ วัคซีน HPV 9 สายพันธุ์
นัดหมายฉีดวัคซีน HPV 9 สายพันธุ์ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
PSK Clinic
Move Amaze ลาดพร้าว 19
เปิดทุกวัน เวลา 11.00-19.00 (คิวสุดท้าย 18.30)
โทร: 095-049-4142
Line: @pskclinic
อ้างอิง
- World Health Organization (WHO) – Human papillomavirus and cancer: https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/human-papilloma-virus-and-cancer
- Centers for Disease Control and Prevention (CDC) – Cancers Associated with Human Papillomavirus, U.S. Cancer Statistics: https://www.cdc.gov/united-states-cancer-statistics/publications/hpv-associated-cancers.html
- National Cancer Institute (NCI) – HPV Vaccine May Prevent Oral HPV Infection: https://www.cancer.gov/news-events/cancer-currents-blog/2017/hpv-vaccine-oral-infection
- PMC / National Library of Medicine – Epidemiology and incidence of HPV-related cancers of the head and neck: https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC8552291/

